พระวิหาร



ตั้งอยู่บริเวณหลังวัดติดกับถนนสายที่ไปออกถนนเพชรเกษมและอิสรภาพ สร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๖ แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน กว้าง ๘.๕ เมตร ยาว ๒๒ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ทางด้าในเจาะเป็นช่องๆสำหรับบรรจุอัฐิ ด้านขวาพระวิหารมีเจดีย์เหลี่ยมย่อไม้ยี่สิบสี่และมีศาลารายหลังเล็กรอบพระวิหาร เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน ๔ หลัง ตัวพระวิหารเป็นรูปวิหารแกลบแบบเก่า หลังคา ๓ ซ้อน ๓ ตับ มุงกระเบื้องดินเผา

ฐานชุกชีภายในพระวิหารมีพระพุทธรูปรวม ๒๔ องค์ คือ พระปางมารวิชัย ๑๕ องค์ ปางสมาธิ ๑ องค์ ปางห้ามญาติ ๓ องค์ ปางห้ามสมุทร ๕ องค์ หน้าชุกชีประดิษฐานพระกัจจายน์จำลอง หน้าตักกว้างประมาณ ๒ ศอก ไว้บนแท่น มีโต๊ะหมู่บูชาอยู่ข้างหน้า (พระกัจจายน์จำลองได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ ตามแบบพระกัจจายน์องค์เดิม สืบเนื่องจาก ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ ทางวัดมีงานฉลองพระอุโบสถ ได้อัญเชิญพระกัจจายน์องค์เดิมจากพระวิหารมาไว้ที่พระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนสักการะบูชา ครั้งงานเลิกแล้วได้มีคนร้ายตัดสายยูกุญแจพระอุโบสถขาด และขโมยพระกัจจายน์ไป แต่นับว่าโชคดีที่ได้ติดตามนำกลับคืน ต่อมาทางวัดได้จัดการหล่อองค์จำลองขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๙๘ และนำไปประดิษฐานไว้ในพระวิหารแทนองค์จริง ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔ พระกัจจายน์องค์เดิม ก็โดนโจรกรรมอีกในช่วงเทศกาลตรุษจีน)
ในพระวิหารด้านหลังมีที่บรรจุอัฐิของอดีตเจ้าอาวาส
พระวิหารดังกล่าวนี้ เดิมเข้าใจว่าเป็นพระอุโบสถและภายในกำแพงแก้วด้านซ้ายมือหน้าพระวิหาร ก็เคยมีพระวิหารแบบนี้แต่เรียกกันว่า กุฏิวิปัสสนานายสังข์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขาว กว้าง ๒ วา ยาว ๓ วา ๑ คืบ สูง ๒ วา ๑ คืบ เท่านั้น ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา มีประตูหน้าต่างอย่างละ ๑ บาน ปัจจุบันรื้อออกแล้ว เนื่องจากเก่าแก่ทรุดโทรมมาก และยังมีที่บรรจุอัฐิของบุคคลอื่นๆทางด้านขวาหน้าพระวิหารอีกเป็นจำนวนมาก ู่

งานหล่อหลวงพ่อพระกัจจายน์จำลอง


กำหนดงานหลวงพ่อพระกัจจายน์จำลอง ได้เริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๙๘ เวลา ๑๖.๐๐ น. นายช่างเริ่มทำการสุมทอง พระสงฆ์ทรงวิทยาคุณซึ่งทางวัดได้อาราธนามาในพิธีนี้ ก็ได้เริ่มบริกรรมและสวดมนต์พุทธาภิเศกกันเรื่อยไปตลอดคืน จนกว่าจะได้ฤกษ์เททอง พระสงฆ์ที่อาราธนามาในพิธีนี้มี
๑.ท่านเจ้าคุณพระมงคลทิพยมุนี วัดทองนพคุณ ธนบุรี
๒.ท่านเจ้าคุณพระราชโมลี วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี
๓.ท่านพระครูโฆสิตธรรมสาร (พระครูครื้น) สุพรรณบุรี
๔.ท่านพระครูพรหมญาณวินิต วัดหงษ์รัตนาราม ธนบุรี
๕.ท่านพระครูญาณสิทธิ วัดราชสิทธาราม ธนบุรี
๖.ท่านพระครูวิริยกิตติ (โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี
๗.ท่าพระครูโส๓ณกัลยา (หลวงพ่อเซ่ง) วัดกัลยาณมิตร ธนบุรี
๗.หลวงพ่อเคน วัดเขาอีโต้ ปราจีนบุรี
๙.พระปลัดทุ่ง วัดเทียนถวาย ปทุมธานี
๑๐.หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง นนทบุรี
๑๑.พระอาจารย์ทองคำ กาญจนบุรี
๑๒.พระอาจารย์บุญมา วัดราชสิทธาราม ธนบุรี

พระอาจารย์ที่ออกนามข้างบนนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงศีลมีอำนาจจิตตานุภาพสูง เชี่ยวชาญในศาสตร์ไสยเวทย์ต่างๆทั้งนั้น
อนึ่ง ทางวัดได้แจกชนวนทองไปตามพระคณาจารย์อื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้นำมาหลอมเททองพร้อมกันในพิธีนี้ด้วย ช่างสุมหุ่นสุมหุ่น ที่สุมทองก็สุมกันไป พระสงฆ์ที่อาราธนามาในพิธีก็นั่งปรกภาวนากันเรื่อยไป ตลอดเวลาในพระอุโบสถท่ามกลางมหาชนที่ล้อมเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด จวบกระทั่งได้อรุณ ดวงอาทิตย์อุทัยทอแสงเรื่อยๆขึ้นเบิกฟ้า เวลา ๖.๐๐ น. เป็นอุดมฤกษ์มหาชัย นายช่างก็จัดการให้เททอง พระสงฆ์ที่เป็นประธานงานจับไม้สายสิญจน์แตะลงกับหุ่น นายช่างก็เริ่มเททองเป็นเบ้าแรก น้ำทองถูกเทไหลลงเบ้าคว้างๆเบ้าแล้วเบ้าเล่า เสียงสังข์และฆ้องชัย ก็ลั่นเป็นสัญญาณไชยมงคล มหาชนที่อยู่ล้อมรอบนอกวงพิธี รายเรียงก็เปล่งเสียงโห่ ร้องไชโยกันขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน บัดดลนั้น มหานิมิตก็พลันมีแก่องค์พระคณาจารย์ผู้นั่งปรกคุมฤกษ์ ให้บังเกิดแลเห็นลำเทียนไชยในพิธี ลุกไสวสว่างโชติช่วงขึ้นทั่วต้น เปล่งรัศมีเขียวนวลปานสีมรกตเบื้องอุตรทิศ(ทิศเหนือ) ก็ปรากฏเป็นนางฟ้าเทพธิดาแต่งตัวกันหลากๆ เหยียบเมฆต่างนำเอาทองกันมาใส่ลงไปในเบ้าเป็นทิวแถว เป็นที่มหัศจรรย์ ผู้เขียนจำได้ว่าองค์นั่งปรกบริกรรมคุมฤกษ์องค์นี้ คือท่านพระครูวิริยกิตติ (พระครูโต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี หลังจากพิธีนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ง ท่านได้เล่านิมิตนี้ให้ท่านผู้ใหญ่ๆฟัง และทำนายว่า รูปหลวงพ่อพระกัจจายน์จำลององค์นี้จะบริบูรณ์ดีไม่แหว่งเว้าเสียหาย และนานไปในอนาคตจะเป็นปูชนีย์อันศักดิ์สิทธิ์ มีกฤษฎาภินิหารเป็นที่เคารพบูชาอันสำคกัจจายน์จำลอง มีขนาดหน้าตักกว้าง ๒ ศอก ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารด้านเหนือพระอุโบสถ เปิดให้ประชาชนเข้านมัสการและปิดทองทุกวัน

อ้างอิงจากหนังสือ ประวัติวัดสังข์กระจาย ฉบับกรมศิลปากร พิมพ์แจกในงานกฐินพระราชทาน

วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๐

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     
       
       
Home| History | Sacred Object | Activities | Director of Management| Spell for Sangkrajai | Map | Contact us
Copyright © Watsangkrajai.com Bangkokyai Bangkok Thailand.
E-mail: krusutee@hotmail.com